ญี่ปุ่นดึงหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานมนุษย์

ความอัตโนมัติช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้จริงหรือ ?

ไม่ว่าจะทำอะไรงานกีฬา การใช้ชีวิต ร้านค้า หรือร้านอาหาร ญี่ปุ่นก็มักชูความโดดเด่นและไอเดียเจ๋ง ๆ ออกมาให้คนทั่วโลกได้เห็นอยู่เสมอ แต่ที่เห็นความเด่นมาแต่ไกลแล้วทำให้คนอยากลองไปเห็นด้วยตาและใช้งานด้วยตัวเองดูสักครั้ง ก็คงเป็นความ ‘อัตโนมัติ’ ของญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหน หรือทำอะไรก็มักจะได้เห็นความอัตโนมัติแฝงอยู่แทบทุกที่

และความอัตโนมัติอย่างหนึ่งที่ล้ำหน้ามาก ๆ นั่นคือการสร้างหุ่นยนต์ ที่ญี่ปุ่นไม่ได้สร้างขึ้นมาเพราะว่ามันเท่หรือสร้างมาไว้เป็นสิ่งประดับบารมี แต่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อเน้นการใช้งาน ทำงานได้จริง แถมยังมีความคิดที่อยากจะให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่แทนแรงงานมนุษย์อีกด้วยนะ

ความอัตโนมัติช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้จริงหรือ ?
ความอัตโนมัติช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้จริงหรือ ?

ญี่ปุ่นยังคงทำตามเป้าหมาย Society 5.0 เพื่อแก้ปัญหาสังคม

ฟังไปแล้วดูเหมือนจะโอเว่อร์ไปสักนิด แต่ญี่ปุ่นมีความคิดที่อยากให้หุ่นยนต์ทำงานได้เหมือนมนุษย์จริง ๆ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งที่นอกเหนือจากความสะดวกและรวดเร็วนั้น คือปัจจุบันญี่ปุ่นได้ประสบกับปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและปัญหาสังคมสูงวัย นั่นเลยทำให้ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ดังนั้นคงไม่ใช่เรื่องผิดที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ที่สำคัญเรื่องนี้มันยังไปสอดคล้องกับพิมพ์เขียว Society 5.0 ที่มีเป้าหมายเพื่อมุ่งเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มตัวและแก้ไขปัญหาสังคมได้ด้วยการนำโลกไซเบอร์ (พื้นที่เสมือนจริง) และพื้นที่ทางกายภาพ (พื้นที่จริง) เข้าด้วยกันผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโซ อาเบะ เน้นย้ำมาโดยตลอด

นอกจากนี้หนึ่งในสาเหตุที่ญี่ปุ่นมุ่งมั่นสร้างสรรค์หุ่นยนต์ เป็นเพราะต้องการให้ญี่ปุ่นลดและหลีกเลี่ยงการนำเข้าแรงงานต่างชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนญี่ปุ่นเรียนรู้คือ หุ่นยนต์จะสามารถได้แต่งานง่ายและขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน อีกทั้งหุ่นยนต์ที่มาพร้อมคุณสมบัติที่ครบถ้วนยังมีราคาต้นทุนที่สูงกว่าการใช้แรงงานมนุษย์ด้วย

ญี่ปุ่นยังคงทำตามเป้าหมาย Society 5.0 เพื่อแก้ปัญหาสังคม
ญี่ปุ่นยังคงทำตามเป้าหมาย Society 5.0 เพื่อแก้ปัญหาสังคม

แต่หุ่นยนต์มาพร้อมจุดอ่อน ที่เทียบกับแรงงานมนุษย์ได้ยาก

ซึ่งความท้าทายใหญ่ของการสร้างหุ่นยนต์ญี่ปุ่นคือการสร้างให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้เทียบเท่ากับมาตรฐานของมนุษย์ ยกตัวอย่างงานที่ง่าย ๆ สำหรับมนุษย์อย่างการปอกเปลือกมันฝรั่ง แต่เมื่อต้องทำในโรงงานใหญ่ ๆ กลับเป็นเรื่องที่มีความซ้ำซากและใช้เวลาทำนาน หลาย ๆ โรงงานจึงได้เริ่มต้นใช้งานหุ่นยนต์ปลอกเปลือกมันฝรั่ง ซึ่งมันก็ได้ความไวกว่าจริง ๆ

แต่ทั้งนี้กลับพบปัญหาว่าระบบเซนเซอร์ของหุ่นยนต์ยังไวไม่พอ เมื่อเทียบกับพลังงานมือของมนุษย์ที่สามารถปอกได้ทุกทิศทาง เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า แต่หุ่นยนต์สามารถหมุนได้แค่ทิศทางเดียว ที่สำคัญยังไม่มีระบบเซนเซอร์ที่ไว้สแกนหน่อมีพิษออกอีกด้วย

แต่หุ่นยนต์มาพร้อมจุดอ่อน ที่เทียบกับแรงงานมนุษย์ได้ยาก
แต่หุ่นยนต์มาพร้อมจุดอ่อน ที่เทียบกับแรงงานมนุษย์ได้ยาก

อีกตัวอย่างที่เคยมีข่าวใหญ่ออกมาว่าทางใต้ของญี่ปุ่นได้สร้างหุ่นยนต์เป็นพนักงานต้อนรับ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จจนท้ายที่สุดก็ต้องมีการเลิกจ้างพนักงานต้อนรับหุ่นยนต์ เนื่องจากเกิดข้อเรียกร้องจากกลุ่มลูกค้าว่าพวกเขาไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีเหมือนกับพนักงานที่เป็นมนุษย์นั่นเอง

ซึ่งประเด็นเรื่องการนำหุ่นยนต์มาเป็นแรงงานนั้น ในชาติตะวันมีความเห็นว่าระบบหุ่นยนต์เป็นภัยคุกคามที่อาจส่งผลต่อความวุ่นวาย แต่สำหรับญี่ปุ่นกลับมองว่าหุ่นยนต์เป็นตัวช่วยของแรงงานและมีความเป็นมิตรมากกว่ามนุษย์จริง ๆ ซะอีก แถมยังคิดจะจัดทำรถยนต์ระบบอัตโนมัติด้วย แต่เรื่องนี้ก็ยังคงต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่ายานพาหนะดังกล่าวจะทนทานต่ออุปสรรคบนท้องถนนได้หรือไม่ หากสำเร็จจริง ๆ ในอนาคตอาจจะมี ประกันรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถอัตโนมัติก็ได้

ในอนาคตญี่ปุ่นอาจยอมรับรถยนต์อัตโนมัติ
ในอนาคตญี่ปุ่นอาจยอมรับรถยนต์อัตโนมัติ

ถึงอย่างไรในตอนนี้รัฐบาลญี่ปุ่นก็ยังมีการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในช่วงเวลาสั้น ๆ ผ่านการออกวีซ่าให้กับแรงงานต่างชาติ แต่ระยะยาวก็ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาหุ่นยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังให้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต

ปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะว่าหุ่นยนต์เป็นตัวแทนของสังคมที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ทั้งนี้หลาย ๆ คนก็เกิดคำถามว่าหากวันหนึ่งการทำงานของหุ่นยนต์ประสบความสำเร็จมากจริง ๆ ทำงานซับซ้อนได้ รวดเร็ว สะดวก ทำงานได้ทุกระบบ และมีต้นทุนที่ถูกกว่า เมื่อถึงเวลานั้นแรงงานมนุษย์จะต้องไปอยู่ตรงไหน?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Japan News

เจ็บป่วยตอนเที่ยวญี่ปุ่น ต้องการเข้ารับการรักษาต้องทำยังไง

เจ็บป่วยไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่อยู่ญี่ปุ่นต้องทำยังไงดี เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราเองก็ยากที่จะปฏิเสธมัน ที่สำคัญมันยังเป็นสิ่งที่เราเองก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัวเมื่อไหร่ ซึ่งหากป่วยอยู่ในไทยเราก็จะรู้วิธีการเข้ารับการรักษา การเรียกรถพยาบาล หรือการเดินทางไปยังสถานพยาบาลเป็นอย่างดี แต่หากคุณเกิดป่วยไม่สบายตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นล่ะจะทำยังไงดี? หลายคนกำลังตั้งคำถามนี้ เพราะอย่างที่บอกไปว่าเราไม่มีทางรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าหรอก บางทีคุณอาจจะตื่นเต้นจนหายใจไม่ทัน หรืออาจจะแพ้อากาศที่หนาวเย็นของญี่ปุ่นจนไม่สบายเลยก็ได้ใครจะไปรู้ โรคตามฤดูกาลในญี่ปุ่น ที่ควรต้องระวังก่อนไปเที่ยว ก่อนที่จะพาไปรู้กับวิธีการเข้ารับการรักษาตัวในกรณีที่เจ็บป่วยตอนเที่ยวญี่ปุ่น เราขออนุญาตพาทุกคนไปรู้จักกับโรคตามฤดูกาลที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นกันก่อน อาหารเป็นพิษ : ถือเป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน จะอยู่ราว ๆ เดือนกรกฎาคม โดยในช่วงนั้นจะมีฝนตกชุกตลอดทั้งวัน ทำให้มีความชื้นสูงมากส่งผลให้อาหารต่าง ๆ เสียเร็วขึ้นเช่นกัน นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ เพราะฉะนั้นควรที่จะรับประทานอาหารให้เสร็จโดยเร็ว และไม่ควรที่จะทิ้งอาหารปรุงสุกไว้นาน ๆ ก่อนรับประทาน ไข้หวัดใหญ่ : เป็นโรคที่มาพร้อมกับหน้าหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ในกรณีที่คุณป่วยเป็นโรคนี้ (ตอนอยู่ญี่ปุ่น) แนะนำให้เลี่ยงการไปโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพราะที่นั่นจะมีคนป่วยอยู่เต็มไปหมด และอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นเพิ่มได้ ไข้ละอองฟาง : จะพบได้บ่อยในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม แต่คุณสามารถหาซื้อยาได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่หากต้องการความแน่นอนก็ขอแนะนำให้พบแพทย์จะดีที่สุด ป่วยตอนอยู่ญี่ปุ่นทำยังไงได้บ้าง? 119 เบอร์โทรฉุกเฉินในกรณีต้องรับการรักษาอย่างเร่งด่วน ทุกประเทศจะมีเบอร์ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งในญี่ปุ่นจะใช้เลข 119 ที่เป็นสายด่วนสำหรับให้บริการรถพยาบาลที่จะพาคุณไปถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดให้เร็วที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ที่ประสานงานจะสื่อสารเป็นภาษาญี่ปุ่น […]

Read More
Japan News

เพราะอะไร คนญี่ปุ่นต้องทำประกันการรักษาพยาบาลพื้นฐานทุกคน

คนญี่ปุ่นมีประกันในมือมากกว่าที่คิด หลายคนสงสัยทำไมทำเยอะ คนญี่ปุ่นนอกจากจะเป็นชนชาติที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี มีระเบียบวินัย และมีวิธีการจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ดีแล้ว คนในประเทศนี้ยังมีความรอบคอบและมักมองการณ์ไกลอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยคุ้มครองชีวิตและความเป็นอยู่ของคนได้นั่นคือการเลือกทำประกัน คนบางประเทศมองว่าการทำประกันคือการเลือกทำประกันบางอย่างที่จำเป็นจริง ๆ แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นชนชาติที่ชื่นชอบการทำประกันมากที่สุดในโลกกลับไม่ได้มองแบบนั้น เพราะพวกเขาเห็นว่าทุก ๆ วันทุก ๆ กิจกรรมมีความเสี่ยง นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้คนญี่ปุ่นเลือกที่จะมีประกันมากมาย อาทิ ประกันสุขภาพ, ประกันเงินเก็บ, ประกันอุบัติเหตุ, ประกันอัคคีภัย และอื่น ๆ อีกมากมาย ประกันการรักษาพยาบาลพื้นฐาน คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญ เพราะทุกอย่างถือเป็นความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่นที่มักเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเป็นประจำ ทั้งไฟไหม้, ดินถล่ม, น้ำป่าไหลหลาก, แผ่นดินไหวญี่ปุ่น นั่นเลยทำให้คนเลือกที่จะทำประกันคุ้มครองไว้เยอะ ๆ เผื่อฉุกเฉิน ซึ่งคิดเฉลี่ยแล้วคนญี่ปุ่น 1 คนมีประกันในมือไม่ต่ำกว่า 3 กรมธรรม์เลยทีเดียว แต่ประกันที่คนญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีนั่นคือ ‘ประกันการรักษาพยาบาลพื้นฐาน (Iryou Hoken)’ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องมีประกันประเภทนี้ เป็นเพราะค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นแพงมาก ๆ ระบบประกันการรักษาพยาบาลของญี่ปุ่น จะมีความคล้ายกับประกันสังคมในไทยตรงที่ผู้ทำประกันจะต้องชำระเงินทุก ๆ เดือน จากนั้นระบบประกันการรักษาพยาบาลก็จะนำเงินดังกล่าวเข้ากองทุนประกันการรักษาพยาบาล และเมื่อผู้ประกันตนเจ็บป่วยต้องไปหา […]

Read More
Japan News

วัฒนธรรมย่อย ญี่ปุ่น ที่สามารถเห็นได้ง่าย ๆ ผ่านการแต่งกาย

หากใครที่เคยได้ไปเยือนญี่ปุ่น หรืออาจจะดูผ่านสารคดีต่าง ๆ ก็มักจะเห็นการแต่งกายของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่แปลกหูแปลกตาไป ซึ่งนั่นถือเป็นหนึ่งใน ‘วัฒนธรรมย่อย’ แต่บางวัฒนธรรมก็อาจจะไปขัดกับสภาพสังคมไปบ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่ (ไทยก็มีเหมือนกันนะ) วัฒนธรรมย่อย ญี่ปุ่น คืออะไร? ก่อนอื่นเราขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมย่อยกันสักหน่อย วัฒนธรรมย่อย มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Subculture ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นมาแบบเฉาะกลุ่ม มีส่วนประกอบสำคัญที่เกี่ยวกับเพศ อายุ อาชีพ เชื้อชาติ ความคิด หรือทัศนคติ ก็เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดสิ่ง ๆ นี้ได้ และแน่นอนเลยว่าทุกเมืองทั่วโลกมักจะมีวัฒนธรรมเหล่านี้แฝงตัวอยู่เสมอ บ้างก็เปิดเผยออกมา บ้างก็ไม่ได้เปิดเผยออกมาโดยตรง ตัวอย่างเช่น คนบางกลุ่มให้คุณค่ากับสินค้าราคาแพง, บางกลุ่มให้ค่าให้กับสินค้ารถแต่ง, แต่คนบางกลุ่มกลับให้ค่ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มากกว่า เป็นต้น Subculture ญี่ปุ่น ที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง ซึ่งจากตัวอย่างดังกล่าวก็จะให้เห็นได้ว่าเรื่องนี้มักขึ้นอยู่กับ ‘รสนิยม’ ‘ความต้องการ’ และ ‘บรรทัดฐาน’ ทางสังคมเป็นหลัก ไม่มีอะไรถูกหรือผิด หากแต่ว่าบางเรื่องถ้ามันล้ำเส้นมากเกินไป หรือไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ก็อาจจะเกิดการต่อต้านขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่วัฒนธรรมย่อยของคนทั่วโลก มักมีความเกี่ยวข้องกับดนตรีหรือแฟชั่นต่าง ๆ อย่างประเทศญี่ปุ่นเองก็มีความน่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมย่อยอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแฟชั่นและตัวละคน ที่คนญี่ปุ่นมักแสดงออกผ่านไลฟ์สไตล์ ที่สร้างเอกลักษณ์และสร้างความเป็นญี่ปุ่นได้ดี แต่เดิมอาจไม่ได้รับความนิยมมากนัก […]

Read More